วันพุธ, 29 พฤษภาคม 2567

10 กล่องใส่อาหาร delivery 2024 ที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งอาหารออนไลน์

บทนำ

คุณเคยสงสัยไหมว่ากล่องใส่อาหาร delivery ที่ดีที่สุดในปี 2024 มีอะไรบ้าง? ในยุคที่การสั่งอาหารออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก การเลือกกล่องใส่อาหารที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะพาคุณไปดู 10 กล่องใส่อาหาร delivery ยอดนิยมที่จะช่วยให้การสั่งอาหารออนไลน์ของคุณสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

1. กล่องใส่อาหารพลาสติก PP ใส

กล่องใส่อาหารพลาสติก PP ใสเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับร้านอาหารส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาถูก น้ำหนักเบา และใช้งานได้หลากหลาย กล่องเหล่านี้ทนทาน ปิดสนิท และมีให้เลือกหลายขนาด เหมาะสำหรับอาหารทุกประเภท

ข้อดี

  • ราคาถูก
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • มีหลายขนาดให้เลือก
  • ปิดสนิท ป้องกันการหก
  • ใช้ได้กับอาหารหลากหลาย

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่เหมาะสำหรับอาหารร้อนจัด
  • อาจมีกลิ่นพลาสติกติดอาหาร
  • ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. กล่องอลูมิเนียมฟอยล์พร้อมฝาปิด

หากคุณต้องการความทนทานและเก็บความร้อนได้ดี กล่องอลูมิเนียมฟอยล์อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคุณ กล่องเหล่านี้มีฝาปิดแน่นหนา จึงช่วยเก็บความร้อนและความชื้นได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอาหารประเภทต้มยำ แกงร้อนๆ

ข้อดี

  • เก็บความร้อนได้ดี
  • มีฝาปิดแน่นหนา ป้องกันการหก
  • ทนความร้อนสูง
  • แข็งแรง ทนทาน ใช้ซ้ำได้

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่เหมาะกับอาหารบางประเภท เช่น ผัด ทอด
  • อาจมีสารเคลือบที่เป็นอันตราย

3. กล่องย่อยสลายได้ชานอ้อย

สำหรับผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม กล่องชานอ้อยคือคำตอบ กล่องเหล่านี้ผลิตจากวัสดุออร์แกนิคจากธรรมชาติอย่างชานอ้อย สามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งสารพิษในสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับบรรจุอาหารแห้ง อาหารทานเล่น และอาหารว่าง

ข้อดี

  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้
  • ทำจากวัสดุธรรมชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • ราคาไม่แพง
  • เหมาะกับอาหารหลายประเภท

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่เหมาะกับอาหารน้ำ
  • ไม่ทนทานเท่ากล่องพลาสติก
  • อาจดูดซับน้ำจากอาหาร

4. กล่องกระดาษคราฟท์

อีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือกล่องกระดาษคราฟท์ ซึ่งผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% กล่องเหล่านี้บางเบา พับเก็บง่าย เหมาะกับการใส่ขนมปัง แซนด์วิช หรือเบเกอรี่ต่างๆ

ข้อดี

  • ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ราคาถูก
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่กันน้ำ ไม่เหมาะกับอาหารเปียก
  • ไม่ทนทาน อาจฉีกขาดได้ง่าย
  • ใช้ได้ครั้งเดียว

5. กล่องพลาสติกแบ่งช่อง

กล่องพลาสติกแบ่งช่องเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับอาหารที่มีหลายส่วนประกอบ เช่น ข้าว กับข้าว กับแกล้ม กล่องเหล่านี้มีช่องแยกอาหารชัดเจน ป้องกันการปนเปื้อนของรสชาติ และช่วยให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น

ข้อดี

  • ป้องกันการปนเปื้อนรสชาติ
  • ควบคุมปริมาณอาหารแต่ละส่วนได้ดี
  • จัดเรียงอาหารได้สวยงาม
  • มีหลายขนาดให้เลือก

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาแพงกว่ากล่องธรรมดา
  • อุ่นอาหารไม่สะดวก ต้องย้ายลงจาน
  • ล้างทำความสะอาดยาก

6. ถ้วยพลาสติกใส่ซุป

สำหรับซุป น้ำแกง หรืออาหารที่เป็นของเหลว ถ้วยพลาสติกใส่ซุปคือทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้วยเหล่านี้แข็งแรง ทนความร้อน ปิดสนิท ไม่มีรั่วซึม และใช้งานได้สะดวกด้วยหูหิ้วทั้งสองข้าง

ข้อดี

  • แข็งแรง ทนความร้อน
  • ปิดสนิท ป้องการการหก รั่วซึม
  • มีหูหิ้วทั้งสองข้าง ถือสะดวก
  • ขนาดกำลังดี พอดีมือ

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาสูงกว่ากล่องกระดาษธรรมดา
  • ต้องระวังเวลาจับ เพราะอาจร้อนจัด
  • ขนาดมีให้เลือกไม่หลากหลาย

7. กล่องพลาสติกล็อคกล่อง

กล่องพลาสติกล็อคกล่องจะช่วยป้องกันการหกเลอะเทอะในระหว่างการขนส่งได้ดี ด้านในของฝาจะมีแผ่นยางกันรั่วซึม เมื่อปิดฝาแน่นๆ กล่องจะล็อคเข้าที่ มั่นใจได้ว่าอาหารจะไม่หกหาย

ข้อดี

  • ป้องกันอาหารหกเลอะเทอะ
  • ปิดฝาแน่น มีซีลกันรั่วซึม
  • ขนส่งสะดวก ไม่ต้องกลัวหก
  • ล้างทำความสะอาดง่าย

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • บางแบบปิดยาก ต้องออกแรง
  • ถ้าปิดไม่แน่น อาจเกิดการหกรั่วได้

8. กล่องโฟมใส่อาหาร

กล่องโฟมใส่อาหารเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมของร้านอาหารทั่วไป เนื่องจากราคาถูก น้ำหนักเบา มีหลายขนาด และเก็บความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับอาหารประเภทผัด ทอด แกง ต้มยำ

ข้อดี

  • ราคาถูกมาก
  • น้ำหนักเบา พกพาง่าย
  • เก็บความร้อนได้ดี
  • เหมาะกับอาหารร้อนหลากหลาย

ข้อควรพิจารณา

  • สารสไตรีนที่ใช้ผลิตโฟมอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายยาก
  • ไม่ควรใช้กับอาหารที่มีไขมันสูง

9. ถุงซิปล็อคพลาสติก

หากต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท กันน้ำ ใช้ง่าย และพกพาสะดวก ถุงซิปล็อคพลาสติกคือคำตอบ ถุงเหล่านี้เหมาะสำหรับใส่ขนม ผลไม้ หรือของทานเล่นต่างๆ ด้วยการออกแบบที่ซีลได้สนิท คุณจึงมั่นใจได้ว่าอาหารจะสดใหม่อยู่เสมอ

ข้อดี

  • ปิดผนึกได้สนิท กันอากาศ กันน้ำ
  • มีหลายขนาดให้เลือก
  • พกพาสะดวก น้ำหนักเบา
  • ราคาไม่แพง ซื้อง่าย

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่เหมาะกับอาหารร้อน
  • ซิปล็อคอาจชำรุด หลุดง่าย
  • ไม่สามารถอุ่นอาหารในไมโครเวฟได้

10. กล่องสแตนเลส

หากคุณเน้นความคงทน ปลอดภัย และใช้งานได้นาน กล่องสแตนเลสคือทางออกที่ดีที่สุด กล่องเหล่านี้ทนความร้อน ไม่ก่อให้เกิดสารพิษ ทำความสะอาดง่าย และสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง เหมาะสำหรับอาหารทุกประเภท

ข้อดี

  • แข็งแรง ทนทาน ใช้ได้นาน
  • ทนความร้อนสูง อุ่นอาหารในไมโครเวฟได้
  • ปลอดภัย ไร้สารพิษ
  • ทำความสะอาดง่าย สะดวก

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาสูงกว่ากล่องแบบอื่น
  • น้ำหนักค่อนข้างมาก
  • อาจเกิดรอยขีดข่วนหรือบุบได้
  • ต้องระวังสนิมหากทำความสะอาดไม่ดี

บทสรุป

การเลือกกล่องใส่อาหาร delivery ให้เหมาะสมกับประเภทอาหารและความต้องการใช้งานถือเป็นเรื่องสำคัญ จาก 10 ตัวเลือกยอดนิยมที่เรานำเสนอไปข้างต้น หวังว่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกกล่องที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเน้นเรื่องราคา ความทนทาน ความปลอดภัย หรือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็มีตัวเลือกที่เหมาะสมรองรับอยู่ อย่าลืมพิจารณาทั้งข้อดีและข้อควรระวังก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้ได้กล่องที่ตอบโจทย์มากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

  1. กล่องประเภทไหนเหมาะสำหรับอาหารร้อน?
  • กล่องอลูมิเนียมฟอยล์ กล่องพลาสติก PP หรือกล่องโฟมจะเหมาะสำหรับอาหารร้อน เพราะทนความร้อนได้ดี และเก็บความร้อนได้นาน
  1. หากต้องการกล่องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควรเลือกแบบไหน?
  • กล่องชานอ้อยและกล่องกระดาษคราฟท์ถือเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะผลิตจากวัสดุธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้
  1. ควรเลือกกล่องที่ปิดสนิทแค่ไหน?
  • ควรเลือกกล่องที่ปิดผนึกได้แน่นหนา มีซีลยางหรือซิปล็อค เพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะระหว่างขนส่ง โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำ ซุป หรือแกง