วันอาทิตย์, 23 มิถุนายน 2567

ตู้เชื่อม 2 ระบบ 10 อันดับยอดนิยมปี 2024

ตู้เชื่อม 2 ระบบ คืออะไร?

ตู้เชื่อม 2 ระบบ เป็นอุปกรณ์เชื่อมที่สามารถใช้งานได้กับระบบเชื่อม 2 แบบ คือ ระบบ MIG/MAG และระบบ TIG ตู้เชื่อม 2 ระบบจะมาพร้อมกับฟังก์ชันในการปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับการเชื่อมงานในแต่ละลักษณะ ทำให้มีความยืดหยุ่นและหลากหลายในการใช้งานสูง เหมาะสำหรับช่างเชื่อมมืออาชีพหรือผู้ที่ต้องการเชื่อมชิ้นงานที่มีความซับซ้อน

ข้อดีของตู้เชื่อม 2 ระบบ

ตู้เชื่อม 2 ระบบมีข้อดีหลายประการ เมื่อเทียบกับตู้เชื่อม 1 ระบบ ได้แก่:

  • ใช้งานได้หลากหลายกว่า เนื่องจากสามารถเชื่อมได้ทั้งระบบ MIG/MAG และ TIG
  • ปรับแต่งพารามิเตอร์ต่างๆได้ตามต้องการ ทำให้เหมาะกับงานเชื่อมหลากหลายประเภท
  • สามารถเชื่อมวัสดุได้หลายชนิด เช่น เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม เป็นต้น
  • คุณภาพของงานเชื่อมดีกว่า เนื่องจากสามารถปรับค่าให้เหมาะกับชิ้นงานแต่ละชิ้นได้

10 อันดับตู้เชื่อม 2 ระบบยอดนิยมปี 2024

1. P-TIG200ED (Panasonic)

ตู้เชื่อม 2 ระบบจาก Panasonic รุ่น P-TIG200ED มีระบบควบคุมแบบดิจิตอล ปรับพารามิเตอร์ต่างๆ ได้ง่าย ใช้งานได้กับแรงดันไฟฟ้าหลายระดับ มากับฟีเจอร์ Auto Hot Start และ Anti-Stick ในราคาไม่เกิน 20,000 บาท

2. S-MIGMA 200A (Stayer)

ตู้เชื่อมจาก Stayer รุ่น S-MIGMA 200A เป็นตู้เชื่อม 2 ระบบที่มากับระบบลวดเดินอัตโนมัติ สามารถเปลี่ยนระหว่างการใช้ CO2 หรือ Argon ได้ มีหน้าจอ LCD แสดงค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ใช้งานง่าย ราคาประมาณ 22,000 บาท

3. WIM 160 (Weldman)

ตู้เชื่อม 2 ระบบ WIM 160 จาก Weldman เป็นตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก แต่ทนทานคุ้มค่าราคา ราวๆ 10,000 บาท เหมาะสำหรับงานเชื่อมที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยๆ

4. TM-200X (Toshima)

ตู้เชื่อม TM-200X ยี่ห้อ Toshima เป็นตู้เชื่อม 2 ระบบไฟฟ้า IGBT เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีระบบ VRD ป้องกันไฟกระชาก ใช้ได้กับลวดเชื่อมเส้นผ่านศูนย์กลางได้หลายขนาด รองรับแรงดันไฟ 110V เหมาะสำหรับงานเชื่อมที่บ้าน ราคาอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท

5. POWERTEC i250C (Lincoln Electric)

ตู้เชื่อม Lincoln Electric รุ่น POWERTEC i250C เป็นตู้เชื่อม 2 ระบบแบบมัลติโปรเซส สามารถเชื่อมได้ทั้ง MIG, TIG และ Stick ใช้เทคโนโลยี Power Factor Correction (PFC) ทำให้ประหยัดไฟ มาพร้อมฟังก์ชัน Synergic ที่ช่วยให้ปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ได้อย่างเหมาะสม อยู่ในช่วงราคา 40,000-60,000 บาท

6. Smart MIG-225 (Hugong)

ตู้เชื่อม Smart MIG-225 ของ Hugong รองรับงานทั้งระบบ MIG และ TIG ระบายความร้อนได้ดีด้วยพัดลมระบายความร้อนแบบกันน้ำ ปรับค่าได้หลากหลาย มากับชุดปืนเชื่อมคุณภาพสูง รับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาจำหน่ายราว 15,000 บาท

7. Caddy Mig C200i (Esab)

ตู้เชื่อม Esab รุ่น Caddy Mig C200i ใช้แหล่งจ่ายไฟ Chopper Technology ประหยัดพลังงาน ใช้ได้กับไฟบ้าน มากับฟังก์ชัน Smart Set ที่ช่วยปรับตั้งค่าให้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับช่างมือใหม่ที่เพิ่งหัดเชื่อม ราคาอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท

8. RSN-250 (Riland)

ตู้เชื่อม 2 ระบบ Riland รุ่น RSN-250 เป้นตู้เชื่อมไฟฟ้า IGBT ใช้ได้กับทั้งระบบ MIG/MAG และ TIG มีปุ่มปรับกระแสไฟฟ้าอย่างอิสระ สามารถติดตั้งหัวปืน Spool Gun เพิ่มเติมได้ เหมาะกับงานเชื่อมวัสดุที่มีความหนาแตกต่างกัน ราคาจำหน่ายประมาณ 20,000 บาท

9. WIM 205 (Weldman)

ตู้เชื่อม 2 ระบบ WIM 205 โดย Weldman เป็นตู้เชื่อมขนาดกลาง ใช้กระแสไฟ 220 โวลต์ รองรับการเชื่อมทั้ง MIG/MAG และ TIG มีฟังก์ชันปรับความเร็วในการป้อนลวดและความดันของแก๊สได้ ใช้งานได้ทั้งด้วยลวดเชื่อมธรรมดาและลวดเชื่อมเคลือบฟลักซ์ ราคาอยู่ที่ราว 20,000 บาท

10. EASY MIG 160 (Kemppi)

ตู้เชื่อม 2 ระบบ Kemppi รุ่น EASY MIG 160 มาในดีไซน์กะทัดรัด ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการพกพา แม้ขนาดเล็ก แต่ก็สามารถเชื่อมได้ทั้ง MIG/MAG และ TIG ด้วยกระแสไฟ 16-160 แอมป์ เหมาะสำหรับงานซ่อมบำรุงขนาดเล็ก ราคาประมาณ 25,000 บาท

สรุป

ตู้เชื่อม 2 ระบบ ถือเป็นตู้เชื่อมอเนกประสงค์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับช่างเชื่อมมืออาชีพ ด้วยความสามารถที่ครอบคลุมทั้งระบบ MIG/MAG และระบบ TIG พร้อมฟังก์ชันการปรับพารามิเตอร์ต่างๆ ทำให้สามารถใช้เชื่อมชิ้นงานได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มความสะดวก ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพในการทำงาน ทั้งนี้ ควรพิจารณาเลือกตู้เชื่อมให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งด้านความสามารถ งบประมาณ และความสะดวกต่างๆ เพื่อให้ได้ตู้เชื่อม 2 ระบบที่ตอบโจทย์ และคุ้มค่ามากที่สุด