วันศุกร์, 24 พฤษภาคม 2567

10 เครื่องวัดอากาศยอดนิยมปี 2024 ที่ควรมีติดบ้าน

1. Xiaomi Mijia Temperature Humidity Monitor 2

เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้น Xiaomi Mijia รุ่นที่ 2 นี้ มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ ใช้งานง่าย แสดงผลได้ชัดเจน ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะทำงานหรือข้างเตียงนอน ให้คุณตรวจสอบสภาพอากาศภายในบ้านได้ตลอดเวลา

2. Blueair Aware Air Quality Monitor

หากคุณกังวลเรื่องมลพิษทางอากาศ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ Blueair Aware คือตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ มันสามารถตรวจจับฝุ่นละออง สารเคมี และก๊าซที่เป็นอันตราย พร้อมแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้คุณหายใจได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น

3. Teckin Air Quality Monitor

Teckin นำเสนอเครื่องวัดคุณภาพอากาศราคาประหยัด ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น PM2.5 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) หน้าจอสีแสดงผลการวัดได้อย่างชัดเจน ใช้งานง่าย เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับทุกครอบครัว

4. Kaiterra Laser Egg+ CO2

สำหรับใครที่ต้องการเช็คระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศด้วย Kaiterra Laser Egg+ CO2 คือคำตอบสุดท้าย นอกจากจะวัดฝุ่น PM2.5 อุณหภูมิ และความชื้นได้แล้ว ยังมีเซนเซอร์ตรวจจับก๊าซ CO2 ในอากาศ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอภายในอาคาร

5. Airthings Wave Plus

Airthings Wave Plus เป็นอุปกรณ์วัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะที่ครบเครื่อง ด้วยความสามารถในการตรวจจับก๊าซเรดอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่มักสะสมในบ้านโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังวัดอุณหภูมิ ความชื้น CO2 และสารอินทรีย์ระเหยได้อีกด้วย พร้อมแอปควบคุมการทำงานที่ใช้งานง่าย

6. Eve Room – Indoor Air Quality Monitor

สำหรับแฟน Apple อุปกรณ์ Eve Room เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยการออกแบบที่เข้ากันได้ดีกับ iPhone และ iPad พร้อมแอป Eve ที่ดูข้อมูลได้ง่ายๆ ผ่าน Widget บน iOS เครื่องวัดตัวนี้ให้ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น และ VOC ภายในห้องแบบเรียลไทม์

7. Awair Element Indoor Air Quality Monitor

Awair Element โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย หน้าจอ LED แสดงคะแนนคุณภาพอากาศโดยรวม พร้อมกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงย้อนหลัง ตัวเครื่องวัดอุณหภูมิ ความชื้น CO2 สารเคมี และฝุ่น PM2.5 ได้ครบถ้วน ใช้งานผ่านแอป Awair ที่มีข้อมูลละเอียดและแนะนำวิธีปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้าน

8. Netatmo Smart Indoor Air Quality Monitor

เครื่องวัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะจาก Netatmo เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เพื่อส่งข้อมูลไปยังแอปบนสมาร์ทโฟน วัดค่าอุณหภูมิ ความชื้น CO2 และเสียงรบกวน พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อคุณภาพอากาศไม่ดี ออกแบบมาให้กลมกลืนกับการตกแต่งภายในบ้าน ใช้งานง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ

9. Temtop M10 Air Quality Monitor

Temtop M10 เป็นเครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็กที่พกพาได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยๆ หน้าจอสีแสดงระดับฝุ่น PM2.5 และ PM10 ในอากาศ ช่วยให้คุณรู้ว่าควรสวมหน้ากาก N95 หรือเปิดเครื่องฟอกอากาศเมื่อไหร่ แบตเตอรี่อึดใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

10. IQAir Visual Pro Air Quality Monitor

หากคุณอยากได้เครื่องวัดคุณภาพอากาศที่ดีที่สุด IQAir Visual Pro คือสิ่งที่คุณต้องการ มันวัดฝุ่น PM2.5, CO2, VOC และอุณหภูมิความชื้น พร้อมแสดงผลบนจอที่คมชัดระดับ Full HD ข้อมูลคุณภาพอากาศภายนอกจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกช่วยให้คุณเปรียบเทียบกับอากาศภายในบ้าน เป็นอุปกรณ์ระดับโปรสำหรับคนรักสุขภาพ

สรุป

การเลือกเครื่องวัดอากาศให้เหมาะกับความต้องการเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับบ้านทั่วไปเครื่องวัดอุณหภูมิความชื้นและฝุ่น PM2.5 น่าจะเพียงพอ แต่หากอยู่ในเมืองใหญ่หรือกังวลเรื่องมลพิษ การวัด CO2 และสารเคมีก็มีประโยชน์ไม่น้อย อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจคุณภาพอากาศภายในบ้าน และปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว